ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
สุขภาพ / หาหมอ / Medicare / Private Health

มีอาการปวดท้องบ่อย ปวดมากขึ้นเมื่อมีรอบเดือน มีอาการปวดแบบนี้นานหลายปี ล่าสุดเมื…

Uterine tumours found in an emergency — a hysterectomy fully covered by Medicare

ผู้เล่า: คนทำงาน (Full-time/Part-time)
สถานที่: Gawler
วันที่: 2025-09-15
ID: sa-017

เรื่องราว / Story

มีอาการปวดท้องบ่อย ปวดมากขึ้นเมื่อมีรอบเดือน มีอาการปวดแบบนี้นานหลายปี ล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2023 ปวดมากจนทนไม่ไหว ไปหาหมอที่แผนกฉุกเฉิน รพ ใกล้บ้าน หมอทำการตรวจอัลตร้าซาวด์ พบเนื้องอกในมดลูกขนาดประมาณ 6cm และ 9cm รวม 2 ก้อน

หมอGP ส่งตัวไปหาหมอเฉพาะทาง เพื่อทำการรักษา และตรวจวินิจฉัยรายละเอียด และผลตรวจออกมามีความเสี่ยงเป็นเนื้อร้าย ผลคือดราต้องตัดมดลูกออกทั้งยวง เหลือรังไข่ไว้ โดยไม่ต้องทานฮอร์โมน

ก่อนการผ่าตัด หมอได้มีการอธิบายขั้นตอนต่างๆ การผ่าตัดเช่นจะผ่าตัดผ่านกล้อง โดยเจาะ 3 รู หน้าท้อง ซ้าย ขวา และตรงสะดือ และจะดูดส่วนที่ตัดออก ออกทางอวัยวะเพศ

หลังจากที่หมอได้อธิบายแล้วก็ขอให้เราเซ็นชื่อในเอกสารที่ใช้ประกอบการผ่าตัด รวมทั้งความยินยอมต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นคือ ระหว่างทำการ ระหว่างทำการผ่าตัดที่เราไม่สามารถสื่อสาร หรือให้ข้อมูลใด ๆ ได้ เรายินยอมให้แพทย์ที่ผ่าตัด และทีมแพทย์ในห้องผ่าตัด สามารถตัดสินใจทำการรักษาโดยได้รับ อนุญาตจากคนไข้ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ก็ตาม เพื่อช่วยให้การผ่าตัดสำเร็จ และคนไข้ปลอดภัย

เมื่อถึงเวลาผ่าตัด ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น แพทย์เฉพาะทางที่ทำการผ่าตัดเรา ได้เล่าเหตุการณ์ และแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ระหว่างการผ่าตัดให้เรา และสามีทราบหลังการผ่าตัดว่า สาเหตุที่ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่าที่ควรจะเป็นจากประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ผ่าตัดจริงใช้เวลาทั้งหมดเกือบ 6 ชั่วโมง นั้นคือ

ระหว่างทำการผ่าตัดในห้องผ่าตัด ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่น แต่มันไม่ใช่ เรามีอาการหายใจติดขัด และไม่สามารถหายใจเองได้ แพทย์ได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจเข้าทางปาก ผ่านหลอดลม ซึ่งอาการดังกล่าว เกิดจากเราแพ้แก๊สที่ทำให้เราสลบ (Nitrous oxide) ทำให้เราไม่สามารถหายใจเองได้ ชีพจรเต้นผิดปกติ และต้องใช้แพทย์เฉพาะทางถึง 3 คน ช่วยเราให้พ้นขีดอันตรายจากแก๊ส แพทย์เฉพาะทางที่ผ่าตัดมดลูกบอกต้องหยุดผ่าตัดก่อน และหันมาช่วยเราก่อน

พอเราผ่านพ้นขั้นวิกฤตมาได้ และกลับมาหายใจปกติ นึกว่าทุกอย่างจะไปได้ดี กลับต้องมาเจอกับร่างกายอ่อนล้า ทำให้ไม่สามารถทำกานผ่าตัดแบบส่องกล้องตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะดูดออกทางด้านล่าง เปลี่ยนมาเป็นผ่าหน้าท้อง และเอามดลูก และเนื้องอกออกมาทั้งยวงผ่านหน้าท้อง (นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่แพทย์ให้เราเซ็นต์ยินยอมก่อนการผ่าตัด)

หลังจากผ่าตัดเสร็จเราได้มาผักฟื้นที่วอร์ด 2 คืน ระหว่างคืนแรก เราแพ้ยาแก้ปวด (Endone/oxycodone) ที่ฉีดเราเสร็จ โดยจะผ่านเข็มคล้ายให้น้ำเกลือ แต่เป็นหลอด เวลาเราปวด พยาบาลจะให้เรากดปุ่มบนแท่งที่วางต่อกับสายส่งยา เวลาปวดก็กด ยาก็จะเดินเข้าเส้นมาตามสายที่ต่อระหว่างแขนกับหลอดยาแก้ปวด ระหว่างนอนคืนแรก เรานอนไม่ได้เลย เพราะมีความรู้สึกว่าเวลาปวด แล้วเรากดปุ่ม สักพัก เราจะคันตามตัว แขน ขา หน้าท้อง แต่เราไม่ได้คิดอะไร ได้แต่แปลกใจ จนกระทั่งเราเช้าใืด เราถามพยาบาลที่มาคอยเชคเราว่า ไม่ทราบว่าเป็นอะไร เวลาปวดท้อง เจ็บแผลเรากดปุ่มยา สักพักก็จะมีอาการคันตามตัว พบาบาลมาเชค และแพทย์ประจำวอร์ดมาเชคด้วย ปรากฎว่าเราแพ้ยาแก้ปวด แพทย์เปลี่ยนเป็นยาทานแทนการใช้ยาเข้า

เราไม่มีประกันสุขภาพ (Private insurance) เรารักษาผ่านมิดิแคร์ เราไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น การรักษาต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มตรวจเจอ จนกระทั้งผ่าตัดเสร็จ และกลับบ้านมาพักรักษาตัว ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เรายื่นบัตรมิดิแคร์อย่างเดียวเลยค่ะ

จากประสบการณ์ครั้งนี้ สอนให้เรารู้ว่า
1. เราต้องสังเกตุความผิดปกติของร่างกาย และควรพบแพทย์ แต่เนิ่น ๆ อย่าปล่อยให้เกิดขึ้น และไปรักษา จนเกือบสายไปแบบเรา เมื่อเรามีสิทธิ์ในการรักษาเราก็ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

2. เมื่อมีความผิดปกติ หรือเกิดอะไรขึ้น ให้รีบแจ้งแพทย์ หรือพยาบาลทันที อย่าเก็บเอาไว้

3. ถ้าเราแพ้ยา หรือแพ้อาหารชนิดใด ให้เก็บรายละเอียด โดยเฉพาะชื่อยาไว้ใกล้ตัวมาที่สุด สำหนับเราใส่ไว้หน้าจอโทรศัพท์ ในส่วนของ emergency และรถ เพราะเราขับรถไปทำงานทุกวัน กรณีฉุกเฉินถ้าเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นระหว่างทางเป็นต้น


สิ่งที่ได้เรียนรู้ / Takeaway

พบแพทย์เฉพาะทาง และทำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อทำการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกออก ปัจจุบันสุขภาพร่างกายแข็งแรงกว่าปกติเยอะเลยค่ะ

In English

Uterine tumours found in an emergency — a hysterectomy fully covered by Medicare

I often had abdominal pain that got worse during my period, and I'd had this kind of pain for many years. Most recently, in October 2023, the pain became unbearable, so I went to the emergency department at the hospital near my home. The doctor did an ultrasound and found tumors in my uterus, about 6cm and 9cm — two of them in total. The GP referred me to a specialist for treatment and a detailed diagnosis, and the results showed a risk of malignancy. The outcome was that I had to have my entire uterus removed, keeping the ovaries, so I wouldn't need to take hormones. Before the surgery, the doctor explained the steps — it would be laparoscopic surgery, making three incisions in the abdomen, and the removed portion would be extracted through the vagina. They asked me to sign consent forms, including one that, during the operation when I couldn't communicate, I consented to allow the operating surgeon and the medical team to make treatment decisions to keep me safe. When the surgery came, not everything went as it should have. During the operation I had trouble breathing and couldn't breathe on my own; the doctors inserted a breathing tube. This was caused by an allergic reaction to the anesthetic gas (nitrous oxide), and it took three specialists to bring me out of danger. The surgeon had to stop the hysterectomy to help me first. Once I was stable, my body was so exhausted that they couldn't do the laparoscopic surgery as agreed; they switched to an abdominal incision and removed the uterus and tumors whole through the abdomen. After surgery I recovered in the ward for two nights. On the first night I had an allergic reaction to the painkiller (Endone/oxycodone) given through a patient-controlled line — whenever I pressed the button for pain relief, I'd get itchy all over. In the morning a nurse and the ward doctor checked and found I was allergic, and switched me to an oral medication. I don't have private health insurance; I was treated through Medicare and paid nothing at all — for every cost, I just presented my Medicare card. This experience taught me: 1) Pay attention to abnormalities in your body and see a doctor early. 2) When something is abnormal, tell the doctor or nurse immediately. 3) If you're allergic to any medication or food, keep the details — especially the drug name — close to you (I put it on my phone's lock screen, in the emergency section, and in the car).
Takeaway: I saw a specialist and followed the doctor's advice to have the uterine tumors surgically removed. Now my health is much stronger than it used to be.
⚠️ เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวจากสมาชิกชุมชน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การเงิน หรือการย้ายถิ่นฐาน กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
📘 มีคำถาม? ถามในกลุ่ม Facebook คนไทยใน Adelaide 💚 เข้า LINE OpenChat คนไทย Adelaide